| จุดเริ่มต้น “บังเอิญ รักไม่สิ้นสุด” ของผู้กำกับ “อุดม อุดมโรจน์” |
| เขียนโดย @dmin |
|
อุดม อุดมโรจน์ ผู้กำกับและเขียนบทภาพยนตร์ “บังเอิญ รักไม่สิ้นสุด” จะมาเล่าถึงจุดเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้ให้เราฟังกันครับ “หนัง “บังเอิญ รักไม่สิ้นสุด” เกิดขึ้นในช่วงที่ผมทำหนังเรื่อง คู่แท้สองโลก มีหลายคนบอกว่า หนังรักเนี่ย น่าจะเป็นแนวหนังที่ผมถนัดที่สุด ซึ่งความจริง ผมไม่ได้ถนัดหรอก มันก็แค่หนังสไตล์หนึ่งที่ผมทำมากกว่า และผู้สร้างเขาก็อยากให้ทำ เช่น อยากเรื่องคู่แท้ฯ ก็มีคนอยากให้ทำภาค 2 แต่คอนเซ็ปต์ของผมคือไม่ชอบทำหนังต่อภาค 2 คือหนังทุกเรื่องแหละ อย่าง ปุกปุย เองก็มีการขอให้ทำภาค 2 ผมก็ไม่ทำ มันก็เลยกลายเป็น symbolic ว่า ถ้าทำหนังรัก รักแบบโรแมนติคแปลก ๆ เนี่ยต้องอุดม เขาถนัด ขนาดว่านายทุนค่ายหหนังต่างๆ เก็บเขาเอาไปคุยกัน จนวันหนึ่งคำพูดนี้ก็มาถึงคุณมนตรี เราก็เลยได้มีโอกาสคุยกัน” “แต่ผมได้ออกตัวกับคุณมนตรีว่า ถ้าจะให้ผมทำหนังรักแบบโรแมนติคจ๋าๆ แบบพระเอก 2 คน หลงรักนางเอกคนเดียว เป็นรักสามเส้า หรือแบบมีปัญหาขัดยังกันเรื่องเข้าใจผิด ผมคงไม่ทำ เพราะมองว่ามันไม่สนุกแล้ว ผมคิดว่าเราน่าจะลองหาความรักในรูปแบบใหม่ ๆ ดีกว่า” “สิ่งหนึ่งหรือจุดกำเนิดพื้นๆ ก็คือ เมื่อมนุษย์เป็นสัตว์สังคม จะอยู่ตัวคนเดียวไม่ได้ อย่างน้อยมันก็ต้องมีความรัก ก็เลยสร้างไอเดียขึ้นมา ถามว่าตัวละครมันจะเจอกันยังไง รู้จักกันยังไง มีสังคมกันยังไง คือถ้าเราเอาตัวละครที่มันเจอกันโดยบังเอิญ บังเอิญตลอดทั้งเรื่อง มันน่าสนใจมั้ย ก็เลยมานั่งคิด ๆ ซึ่งทางนายทุนเขาก็โอเค ก็เลยลองมาคิดดู ก็ได้คุยกับนายทุนนะ ว่าอาจจะต้องใช้ทุนมากนะ เพราะว่า ถ้าจะให้ตัวละครมาเจอกันที่พาหุรัดหรือสยาม มันคงไม่น่าจะเป็นเรื่องบังเอิญเท่าไหร่ คำว่าบังเอิญ น่าจะอย่างเช่น เราเคยไปเที่ยวเมืองนอก แล้วเราไปเจอเพื่อนสนิทเรา ที่เคยกินอยู่ด้วยกัน มาอยู่ที่นั่น ซึ่งมันไม่น่าจะเป็นไปได้ ในความรู้สึกของผม มันน่าจะเป็นแบบว่า โลกใบใหญ่ ๆ บางที่เราก็ได้เจอกันสิ่งที่เราไม่ได้นัดหมายได้ ซึ่งนายทุนก็ยอมโอเค” “พอเขายอม เราก็เลยมาลองไล่ดูว่า มันน่าจะเขียนแบบไหนขึ้นมา แล้วก็มองว่าอะไรคืออาชีพ คือหนังเนี่ย ถ้าตัวละครไม่มีอาชีพ มันก็ดูลอย ๆ เราก็เลยคิดให้พระเอก นางเอกมีอาชีพ อาชีพของนางเอกคือ อาชีพตกงาน อาชีพของพระเอกก็คือไกด์ทัวร์”
“ด้วยวิธีการทำหนังในมุมของผมคือ ทำแล้วมีความสุข คือตัวละครไม่ต้องรวย คือตัวละครผมจะไม่มีแบบเป็นเจ้าชาย หรือได้รับมรดกมา ไม่มีบ้านหรูหรา จะไม่มีสถานการณ์อะไรแบบนี้ เป็นคนที่ไม่ชอบอะไรที่มันเพ้อฟัน เพราะในสังคมบ้านเราจริง ๆ คนที่จะเป็นแบบนั้นมันน้อย แต่ผมก็เข้าใจนะว่ามันเป็นความสุขแบบหนึ่ง อย่างเช่นเราไปซื้อของ แล้วได้ยินแม่ค้านั่งคุยกัน พูดถึงนางเอกในละคร เป็นคุณหญิง หรือพระเอกเศรษฐี ผมฟังแล้วก็รู้สึกว่า คนเราเนี่ยนะ อยู่ในจินตนาการจริง ๆ เพราะงั้นสิ่งหนึ่งที่ผมมอง คือถ้าผมทำหนังชีวิตคนธรรมดา แล้วให้มันมีเสน่ห์ ซึ่งมันใกล้ชิดกับคนดูมากว่า คือถ้าตัวละครปกติ ๆ แล้วมีเสน่ห์เนี่ย มันน่าจะทำให้คนสัมผัสได้มากกว่า” “ผมอยากถามคนที่ดูหนังเรื่องนี้แล้วว่า มันมีอะไรที่คล้ายกับชีวิตของคุณมั้ย คุณเคย บังเอิญเจอใครหรือป่าว แล้วคุณคิดว่ามันบังเอิญ หรือพรหมลิขิต สุดแล้วแต่คนดูจะตีความกันเอง ผมเองอยากให้มันเป็นหนังรัก ที่น่าดูน่าติดตาม หนังรักที่ทำให้คุณยิ้ม ขณะที่คุณหัวเราะ หัวใจคุณก็จะอิ่มไปด้วยก็พอแล้ว” ขอบคุณ www.mthai.com |






















